ภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

27 กุมภาพันธ์ 2569

แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนมกราคม 2569

สรุปสาระสำคัญ
  • เศรษฐกิจภาคอีสานกลับมาหดตัวจากเดือนก่อน
  • ในเดือนก่อน กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวจากหมวดสินค้าคงทนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 และผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สอดคล้องกับภาคบริการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนกำลังซื้อยังอ่อนแรง สะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่หดตัวต่อเนื่อง จากทั้งราคาและปริมาณ โดยเฉพาะผลผลิตอ้อยที่ต้องเลื่อนการเก็บเกี่ยวเนื่องจากฝนที่ตกในฤดูเก็บเกี่ยว ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวต่อเนื่อง
  • เดือนนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาหดตัวจากเดือนก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนและภาคบริการท่องเที่ยวที่กลับมาหดตัว หลังมาตรการกระตุ้นของภาครัฐสิ้นสุดลง ประกอบกับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวันหยุดยาวที่เร่งไปในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนกำลังซื้อยังอ่อนแรงสะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่หดตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี กิจกรรมทางเศรษฐกิจช่วงก่อนการเลือกตั้งช่วยพยุงการบริโภคได้บ้าง รวมทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวจากการผลิตเพื่อส่งออกเป็นสำคัญ

ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว)
 

รายได้เกษตรกร หดตัวต่อเนื่อง (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน)

ตามราคายางพาราที่หดตัวตามคำสั่งซื้อที่ชะลอลงและผลผลิตยางพาราในประเทศที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาอ้อยที่หดตัวจากราคาขั้นต้นที่ลดลงกว่าปีก่อน ด้านผลผลิตหดตัวจากผลผลิตอ้อยจากจำนวนวันหยุดหีบอ้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มากกว่าปีก่อนและมาตรการขอความร่วมมือตัดอ้อยสดที่เข้มงวดกว่าปีก่อนทำให้เกษตรกรใช้เวลาตัดอ้อยนานมากขึ้น

 

การผลิตภาคอุตสาหกรรม กลับมาขยายตัว

ตามการผลิตเพื่อส่งออกในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นตามวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตยางพาราที่ขยายตัวตามผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น  ขณะที่การผลิตเครื่องดื่มกลับมาหดตัว หลังจากเร่งไปในช่วงก่อนหน้าเพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่

 

ภาคบริการท่องเที่ยว กลับมาหดตัว

จากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวันหยุดยาวที่เร่งไปในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติลดลง สอดคล้องกับอัตราการเข้าพักแรมที่ลดลง อีกทั้ง กำลังซื้อของครัวเรือนยังคงเป็นปัจจัยกดดัน สะท้อนจากค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ลดลง ทำให้รายได้รวมภาคการท่องเที่ยวลดลง

 

การบริโภคภาคเอกชน กลับมาหดตัว

ตามการใช้จ่ายหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคและการใช้จ่ายหมวดบริการที่กลับมาหดตัว หลังจากเร่งไปในช่วงก่อนหน้า จากผลของมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ทั้งนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจช่วงก่อนเลือกตั้งช่วยพยุงการบริโภคได้บ้าง ขณะที่หมวดสินค้าคงทนยังขยายตัวเล็กน้อยจากการเร่งจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง

 

การลงทุนภาคเอกชน กลับมาหดตัว

ตามการลงทุนด้านการก่อสร้างที่หดตัว ตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซา สะท้อนจากพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างและยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลง ขณะเดียวกันการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการจัดตั้งโรงงานใหม่ที่ชะลอลงต่อเนื่อง

 

การค้าผ่านด่านศุลกากร ขยายตัวต่อเนื่อง

ตามการส่งออกที่ขยายตัว อาทิ ทุเรียนสด ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกไปจีน อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปกัมพูชายังหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่การนำเข้าหดตัว ในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเวียดนาม

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ติดลบเพิ่มขึ้น ตามราคาหมวดพลังงานเป็นสำคัญ

 

ตลาดแรงงาน ปรับดีขึ้นเล็กน้อย ตามการจ้างงานในภาคเกษตร โดยเฉพาะแรงงานเก็บเกี่ยวอ้อยที่มีการเลื่อนการเก็บเกี่ยวจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรทรงตัว โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการจ้างงานใหม่จากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่อยู่ในระดับสูง

 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

- รายได้เกษตรกรและกำลังซื้อของครัวเรือน

- ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ

- สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

 

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย
27 กุมภาพันธ์ 2569

 

หมายเหตุ

สาขาเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ที่มีความสำคัญต่อภาคอีสาน ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการค้าผ่านด่านศุลกากร ตามลำดับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ส่วนเศรษฐกิจการเงินภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

043 913 532

Neo-econ-div@bot.or.th