ภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

29 พฤษภาคม 2569

แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนเมษายน 2569

สรุปสาระสำคัญ
  • เศรษฐกิจภาคอีสานหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน
  • ในเดือนก่อน กิจกรรมเศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัวในทุกหมวดสินค้า จากกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง และซ้ำเติมด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ค่าครองชีพโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น ประชาชนจึงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรขยายตัวจากปัจจัยชั่วคราว ตามการเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยก่อนปิดหีบ
  • ในเดือนนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัว จากราคาน้ำมันและค่าครองชีพโดยรวมที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับกำลังซื้อยังเปราะบางสะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่ขยายตัวชะลอลง ประชาชนจึงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ด้านการท่องเที่ยวขยายตัวเล็กน้อย แต่กิจกรรมยังกระจุกตัวในจังหวัดหลัก สำหรับภาคการผลิตอุตสาหกรรมทรงตัว ทั้งนี้ ธุรกิจมีแนวโน้มชะลอการจ้างงานใหม่จากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น

ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว)
 

รายได้เกษตรกร ขยายตัวชะลอลง (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน)

ตามผลผลิตอ้อยที่ขยายตัวชะลอลงหลังเร่งเก็บเกี่ยวในเดือนก่อน ขณะที่ด้านราคาหดตัวต่อเนื่อง ตามราคาอ้อยที่หดตัวจากราคาขั้นต้นที่ลดลงมากกว่าปีก่อน รวมทั้งราคาโคและสุกรที่หดตัวต่อเนื่อง ตามผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น

 

การผลิตภาคอุตสาหกรรม ทรงตัว

ตามการผลิตยางพาราแปรรูปที่ขยายตัวตามผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น และการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลับมาขยายตัว ตามการส่งออกจากความต้องการของคู่ค้าที่ยังมีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การผลิตน้ำตาลกลับมาหดตัวหลังจากเร่งไปมากในเดือนก่อนหน้า

 

ภาคบริการท่องเที่ยว ขยายตัวเล็กน้อย

ตามจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้ง ประชาชนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเน้นการท่องเที่ยวระยะใกล้ในภูมิภาค จากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมภาคการท่องเที่ยวแม้ขยายตัวได้แต่ยังกระจุกตัวในจังหวัดหลัก

 

การบริโภคภาคเอกชน หดตัวต่อเนื่อง

ตามการใช้จ่ายหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง จากค่าครองชีพโดยรวมที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ประกอบกับกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ประชาชนจึงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้าคงทนกลับมาขยายตัวชั่วคราว จากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจากการปรับลดราคาลงในช่วง Motor Show

 

การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวต่อเนื่อง

ตามการลงทุนด้านการก่อสร้างที่ขยายตัว ตามพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างที่ทยอยปรับดีขึ้น รวมถึงยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่ขยายตัว ตามการเบิกจ่ายภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ทรงตัวสอดคล้องกับทิศทางการจัดตั้งโรงงานใหม่ที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง

 

การค้าผ่านด่านศุลกากร ขยายตัวต่อเนื่อง

ตามการส่งออกที่ขยายตัว จากทุเรียนสด ตามฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออกที่ปีนี้มีปริมาณผลผลิตมากกว่าปกติ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปจีนเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับการนำเข้าที่ขยายตัว จากหมวดชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และโทรศัพท์มือถือจากจีน

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เพิ่มขึ้น ตามราคาหมวดพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ

 

ตลาดแรงงาน ปรับลดลง จากการจ้างงานภาคเกษตรที่ลดลง สอดคล้องกับกิจกรรมภาคเกษตรที่ชะลอลง เช่นเดียวกับ การจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ปรับลดลง ตามเศรษฐกิจที่หดตัวต่อเนื่องและต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจระมัดระวังการจ้างงานใหม่

 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

- กำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังเปราะบางและผลของมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

- ความเสี่ยงภัยแล้งจากภาวะเอลนีโญที่อาจกระทบต่อผลผลิตเกษตร  

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย
29 พฤษภาคม 2569

 

หมายเหตุ

สาขาเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ที่มีความสำคัญต่อภาคอีสาน ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการค้าผ่านด่านศุลกากร ตามลำดับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ส่วนเศรษฐกิจการเงินภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

043 913 532

Neo-econ-div@bot.or.th