กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
กฎหมาย | ประกาศ | หนังสือเวียน
กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและการประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนและต่อพัฒนาเศรษฐกิจการเงินของประเทศโดยรวม
ประกาศและหนังสือเวียน
สรุปหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน
แนวปฏิบัติ และเอกสารเผยแพร่
การลงทุนในต่างประเทศ
กฎหมาย | ประกาศ | หนังสือเวียน
รายละเอียด คลิกที่นี่
รายละเอียด คลิกที่นี่
สรุปหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน เช่น การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ การโอนเงินเข้าหรือออกนอกประเทศ | สรุปหลักเกณฑ์ในรูปแบบของ Infographic
การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศทุกประเภท จะต้องกระทำกับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่น นิติบุคคลรับอนุญาต (ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศ) บุคคลรับอนุญาต และตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ
นักลงทุนต่างชาติสามารถโอนเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัดทั้งการลงทุนโดยตรง การลงทุนในหุ้น หรือตราสารทางการเงินในประเทศไทย
การส่งคืนเงินลงทุนหรือชำระคืนเงินกู้จากต่างประเทศ สามารถดำเนินการได้โดยผ่านธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ หากเป็นเงินกู้ที่ไม่ได้นำเข้ามาในประเทศไทย จะต้องเป็นเงินกู้ที่นำไปชำระภาระผูกพันในต่างประเทศตามที่กำหนด ซึ่งต้องไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่กำหนดให้ต้องยื่นขออนุญาตจาก ธปท. ก่อน
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยสามารถชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยรายอื่นได้ ซึ่งต้องสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหรือความจำเป็นในการใช้เงินตราต่างประเทศ และธุรกรรมนั้นจะต้องมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ เช่น การชำระค่าสินค้าและบริการเป็นเงินตราต่างประเทศในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain)
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการชำระเงินตราต่างประเทศระหว่างกันเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดให้ต้องขออนุญาตจาก ธปท. ก่อน ได้แก่ การชำระเงินที่เกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ และการชำระเงินที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ ไม่อนุญาตให้ชำระเงินตราต่างประเทศระหว่างกันเป็นเงินสด
5.1 บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลไทย
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศไว้กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยได้ โดยมีเงื่อนไขการฝากหรือถอน ดังนี้
5.1.1 การฝาก
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยสามารถนำเงินตราต่างประเทศฝากในบัญชีตามกรณีดังนี้ได้ โดยไม่จำกัดจำนวน
1) เงินตราต่างประเทศอันมีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ เช่น รายได้ ค่าบริการ เงินลงทุนที่ได้รับมาจากต่างประเทศ
2) เงินตราต่างประเทศที่ตนเองได้จากการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์
3) เงินตราต่างประเทศที่ได้รับชำระจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยรายอื่น
ทั้งนี้ กรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยฝากธนบัตรเงินตราต่างประเทศ ให้สามารถฝากได้ (1) ไม่เกินจำนวนเงินที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ หรือไม่เกินจำนวนเงินที่ได้รับจากธนาคารพาณิชย์หรือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศประเภทอื่น หรือ (2) ไม่เกินวันละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
5.1.2 การถอน
1) เพื่อชำระภาระผูกพันให้แก่บุคคลในต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยรายอื่นตามความจำเป็นตามข้อ 4
2) เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยรายอื่น ธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศประเภทอื่น
3) เพื่อขายเป็นเงินบาท
ทั้งนี้ สามารถถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นกับธนาคารพาณิชย์ก่อนจะดำเนินการตามข้างต้นได้ด้วย
5.2 บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยได้ โดยการฝากหรือถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวสามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด เว้นแต่เป็นการฝากธนบัตรเงินตราต่างประเทศให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีการฝากธนบัตรเงินตราต่างประเทศของบุคคลไทย
5.3 บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินบาทไว้กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยได้ 3 ประเภท ดังนี้
5.3.1 บัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น
การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินในประเทศไทย เช่น หุ้น พันธบัตร เป็นต้น
5.3.2 บัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป
การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีให้ทำได้สำหรับวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงิน เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินกู้ยืม เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ สำหรับบัญชี 2 ประเภทข้างต้น ยอดคงค้างในบัญชี ณ สิ้นวันสำหรับบัญชีแต่ละประเภทต้องไม่เกิน 200 ล้านบาทต่อราย และห้ามโอนเงินระหว่างบัญชีแต่ละประเภท
5.3.3 บัญชีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะการขอสินเชื่อและการระดุมทุนเป็นสกุลบาท
การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์หรือการออกจำหน่ายพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลบาทในประเทศไทย เช่น ฝากเงินที่ได้จากการกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ หรือจากการออกหุ้นกู้สกุลบาท ถอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าบริการตามวัตถุประสงค์ของการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์หรือการออกหุ้นกู้สกุลเงินบาท
ผู้ประกอบการในไทยสามารถทำสัญญาซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในกรณีต่างๆ ได้ เช่น กรณีมีรายได้หรือรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศในอนาคต มีการลงทุนในต่างประเทศ หรือมีความเสี่ยงที่เกิดจากการบันทึกรายการในงบการเงิน เป็นต้น รวมทั้งสามารถทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงแทนกิจการในเครือในประเทศ และสามารถทำสัญญาดังกล่าวโดยใช้ประมาณการรายได้หรือรายจ่ายหรือความเสี่ยงตามที่กำหนดได้ ทั้งนี้ การต่ออายุหรือยกเลิกสัญญาซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าดังกล่าว สามารถทำได้เสรี3
3 การทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงแทนกิจการในเครือในประเทศ หรือโดยใช้ประมาณการ หรือการต่ออายุหรือยกเลิกสัญญาเสรี ไม่รวมถึงการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงกรณีค่าทองคำ ซึ่งเป็นกรณีที่ต้องขออนุญาตต่อ ธปท.
ผู้ที่ทำธุรกรรมซื้อ ขาย ฝาก หรือถอนเงินตราต่างประเทศกับธนาคารพาณิชย์ ต้องแจ้งรายการการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศต่อธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ กรณีการทำธุรกรรมของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไทยที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ต่อรายการ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อธนาคารพาณิชย์ เว้นแต่กรณีที่ลูกค้าผ่านกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Business (KYB)) กับธนาคารพาณิชย์ และเป็นธุรกรรมที่ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ธนาคารพาณิชย์สามารถไม่เรียกให้ลูกค้ายื่นเอกสารหลักฐานได้
เมื่อทำธุรกรรมดังกล่าวแล้ว ธนาคารจะออกหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนด ให้แก่ผู้ทำธุรกรรม
8.1 การนำธนบัตรเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทเข้ามาในประเทศทำได้ไม่จำกัดจำนวน
8.2 การนำธนบัตรเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทออกไปยังต่างประเทศ สามารถทำได้ดังนี้
(1) กรณีธนบัตรเงินตราต่างประเทศ สามารถนำออกไปต่างประเทศได้ตามจำนวนที่ซื้อจากธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลรับอนุญาต (money changer)
(2) กรณีธนบัตรบาท สามารถนำออกไปยังประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน (เฉพาะมณฑลยูนนาน) และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท สำหรับประเทศอื่นนำออกได้ไม่เกินครั้งละ 50,000 บาท
ทั้งนี้ การนำธนบัตรเงินบาท ธนบัตรเงินตราต่างประเทศ หรือตราสารเปลี่ยนมือเข้ามาในประเทศหรือออกไปนอกประเทศ อันมีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 450,000 บาท หรือ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องสำแดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด
9.1 ผู้ซื้อหรือขายที่มีการนำเข้าหรือส่งออกทองคำและมีมูลค่าการซื้อขายทองคำในประเทศเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ 10,000 ล้านบาท ต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวกับธุรกรรมทองคำแก่ ธปท. ตามที่กำหนด รวมถึงเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อให้ ธปท. ตรวจสอบ
9.2 การซื้อขายทองคำผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์4 สามารถทำได้ โดยให้ถือปฏิบัติดังนี้
(1) การซื้อขายทองคำที่ชำระเป็นเงินบาท ให้ทำได้ไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาทต่อรายต่อระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์5
(2) การซื้อขายทองคำที่ชำระเป็นเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ ให้ปฏิบัติดังนี้
2.1 ห้ามใช้บัญชีบุคคลอื่นในการรับจ่ายเงิน
2.2 ต้องชำระด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นโดยไม่สามารถชำระเป็นเงินสด
2.3 ต้องชำระเงินเต็มจำนวน โดยไม่สามารถรับจ่ายเฉพาะส่วนต่าง (net settlement)
2.4 ต้องรับมอบทองคำด้วยตนเอง และไม่สามารถโอนทองคำให้แก่ผู้อื่น
2.5 ต้องมีทองคำที่ชำระแล้วในบัญชีซื้อขายทองคำ จึงจะสั่งขายทองคำได้
4 ไม่รวมการซื้อขายทองคำในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การซื้อขายทองคำกับผู้ให้บริการซื้อขายทองคำรายอื่นหรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับทองคำ เช่น ธุรกิจเครื่องประดับ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือการซื้อทองคำผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้บริการขายทองคำอย่างเดียว
5 ยกเว้นผู้ที่มีทองคำในบัญชีซื้อขายทองคำเกินกว่า 50 ล้านบาท ก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 ให้ขายทองคำผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ไม่จำกัดวงเงินจนกว่าจะครบจำนวนทองคำที่มีอยู่ก่อนวันดังกล่าว
เผยแพร่เอกสาร เช่น แนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ | Infographic ต่างๆให้ download ได้
เอกสารหลักฐานประกอบการโอนเงินออกนอกประเทศของสมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ วันที่ 16 มิถุนายน 2566
แนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ วันที่ 1 ธันวาคม 2568
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการบริหารจัดการความเสี่ยงของการประกอบธุรกิจที่สำนักงานใหญ่ สาขา และช่องทางให้บริการ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่นิติบุคคลรับอนุญาต วันที่ 1 มิถุนายน 2567
Slide ชี้แจงวิธีปฏิบัติการทำธุรกรรมกับลูกค้า Resident ที่ขายหรือฝาก FX (เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569)
Slide ชี้แจงการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568)
Slide ชี้แจงการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2565)
Slide ชี้แจงการผ่อนคลายเกณฑ์บัญชี FCD และการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2563)