ความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าภาพ
การประชุมประจำปี IMF-World Bank Group ในปี 2569
โอกาสของไทยบนเวทีการคลังและการเงินโลก
ย้อนกลับไปเมื่อ 35 ปีก่อน ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings ซึ่งมีทั้งผู้นำประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบาย ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน รวมถึงภาคเอกชนและภาคประชาสังคมจาก 191 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางและนโยบายเศรษฐกิจและการเงินของโลก
ผ่านมา 3 ทศวรรษ ประเทศไทยกำลังจะได้สร้างประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจให้กับคนไทยอีกครั้งหนึ่ง ในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่จะถึงนี้
นับตั้งแต่เริ่มมี IMF-World Bank Group Annual Meetings ในปี 2490 มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นครั้งที่ 2 นั่นก็คือ ตุรกี ญี่ปุ่น และไทย
“งานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกเปรียบเหมือนโอลิมปิกด้านการเงินการคลัง (Olympics of Finance) ซึ่งไทยได้มีโอกาสจัดถึงสองครั้ง”
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
“การเป็นเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings ครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ไทยจะแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ และนโยบายที่ทำจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์กับประเทศสมาชิกทั่วโลก”
คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันเปิดตัวศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในการเป็น “แลนด์มาร์ก” ต้อนรับการจัดงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings ที่จะมีขึ้นในอีก 9 เดือนข้างหน้า
จุดสำคัญของแลนด์มาร์กแห่งนี้คือ ตราสัญลักษณ์การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ที่ออกแบบโดยคนไทย โดยใช้ “ลายประจำยาม” และ “ตราพระแสงจักร” ที่อยู่บนเหรียญโบราณในการแสดงถึงความเป็นไทย ผสมผสานกับภาพที่สะท้อนถึงการเงินสมัยใหม่ และธงชาติของทุกประเทศสมาชิกบนวงกลมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ บริเวณด้านข้างยังมีคำว่า SAWASDEE ที่ตกแต่งด้วยผ้าไทยเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค เช่น ผ้าลายดอกโสนจากอยุธยา ผ้าบาติกจากนราธิวาส ผ้าลายอุทัยสุพรรณิการ์ ผ้าลายดอกเสี้ยว
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมแลนด์มาร์กดังกล่าวได้ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมน้ำ สวนเบญจกิติ บริเวณด้านหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยสามารถดูภาพมุมสูงที่แสดงให้เห็นความสวยงามของสัญลักษณ์อย่างชัดเจนได้จากภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
IMF-World Bank Group Annual Meetings เป็นเวทีเศรษฐกิจการเงินระดับโลกที่จะหมุนเวียนไปจัดที่ประเทศสมาชิก เพื่อเชื่อมโยงความหลากหลายของภูมิภาคและความร่วมมือจากทั่วโลก ซึ่ง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นว่าการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้เป็นโอกาสของไทยที่จะได้แสดงศักยภาพของประเทศในด้านการเงินและการคลัง พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านพัฒนาประเทศให้นานาชาติได้เห็น
การจัดประชุมในปี 2569 นี้ จะจัดขึ้นภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizon, Empowering People, Building Resilience” ซึ่ง ดร.เอกนิติได้ให้คำนิยามไว้ว่า “ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่ ใส่พลังไปที่คน เท่าทันต่อความเสี่ยง” แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาที่มีคนเป็นแกนกลาง เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศที่มีภูมิคุ้มกัน
“การพัฒนาประเทศไม่อาจขับเคลื่อนด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องขับเคลื่อนด้วยคุณภาพของผู้คน ความยืดหยุ่นของระบบ และพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศ”
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญอย่างมากต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการเป็นเจ้าภาพร่วม โดยเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาทระดมสมอง นำเสนอนวัตกรรมและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในการประชุมครั้งนี้ด้วย
เช่นเดียวกันกับคุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ที่เล็งเห็นความสำคัญของความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินทั่วโลก โดยเห็นว่าการพัฒนาที่มี “คน” เป็นศูนย์กลาง จะต้องมีการพัฒนาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถและรายได้ ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ตลอดจนเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
“การสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ต้องมีความปลอดภัย ความมั่นคง และเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม ซึ่ง ธปท. ผลักดันภายใต้แนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance for Financial Well-being ในการออกแบบภาคการเงินเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”
คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่สำคัญ การประชุมครั้งนี้ยังจะเป็นเวทีสำคัญที่ไทยจะได้หารือกับ IMF และ World Bank เพื่อจัดทำ Bangkok Blueprint ด้านการป้องกันภัยการเงินดิจิทัล เพราะที่ผ่านมาไทยและหลายประเทศในภูมิภาคต่างมีประสบการณ์และบทเรียนเชิงนโยบายที่จะเป็นประโยชน์ ซึ่งสามารถเป็นแนวปฏิบัติให้ประเทศต่าง ๆ นำไปใช้เพื่อยกระดับการปกป้องผู้บริโภค ป้องกันภัยทุจริต และรักษาความเชื่อมั่นของระบบการเงินได้
การประชุมครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 15,000 คนจากภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และประชาชนที่เดินทางมาจาก 191 ประเทศทั่วโลก ซึ่ง ดร.เอกนิติคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในภาคท่องเที่ยว ภาคบริการ และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพของประเทศในด้านต่าง ๆ เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีข้อดีทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง มาตรฐานการบริการ และบุคลากร อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงความมีมิตรภาพและรอยยิ้มจากคนไทย ที่จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติ และดึงดูดนักลงทุนอีกด้วย
ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าบ้าน ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก
“กรุงเทพฯ มีความพร้อมทุกด้านในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม ที่พัก ความปลอดภัย สาธารณสุข และบริการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ”
ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
สุดท้ายนี้ ธปท. ขอเชิญคนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกครั้งประวัติศาสตร์นี้ไปด้วยกัน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาเยือน และสนับสนุนบทบาทของไทยสู่สายตานานาชาติอย่างเต็มภาคภูมิ
เรื่อง : กองบรรณาธิการ พระสยาม BOT MAGAZINE